เที่ยววัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ภูเขาทอง ประวัติ การเดินทาง เวลาเปิด และค่าเข้าชม

พระอุโบสถ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หนึ่งในแลนด์มาร์คของกรุงเทพ นอกจากที่เที่ยวยอดนิยมอย่างภูเขาทอง ยังมีอีกจุดที่เราไม่อยากให้คุณพลาด คือ พระอุโบสถสมัยรัชกาลที่ 1 ที่สวย สงบ ไม่พลุกพล่าน คงกลิ่นอายยุคต้นรัตนโกสินทร์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม

ประวัติ

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ภูเขาทอง ประวัติ การเดินทาง เวลาเปิด และค่าเข้าชม

เดิมทีเป็นวัดในสมัยกรุงศรีอยุธยาชื่อ “วัดสะแก” ต่อมารัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดสระเกศ” ซึ่งแปลว่า ชำระพระเกศา

เนื่องจากบริเวณนี้เคยมีมณฑปพระกระยาสนาน ซึ่งใช้ทำพิธีสรงพระมุรธาภิเษก (พิธีรดน้ำเพื่อสถาปนาอำนาจให้บุคคลหนึ่งขึ้นเป็นใหญ่) เพื่อให้พระองค์เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ หลังเสด็จกรีธาทัพจากกัมพูชามาปราบจลาจลในกรุงธนบุรี ในพ.ศ. 2325

ปัจจุบันวัดสระเกศเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรมหาวิหาร หมายถึงวัดที่มีเจดีย์สำคัญ และพระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือองค์รัชทายาททรงสร้างขึ้นเป็นการส่วนพระองค์

สิ่งน่าสนใจภายในวัด

พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง)

วัดสระเกศ ภูเขาทอง
วัดสระเกศ ภูเขาทอง

หนึ่งในที่เที่ยวห้ามพลาดของกรุงเทพ คือเจดีย์ทรงภูเขาสูง 59 เมตร (บางข้อมูลบอกว่าสูง 77 เมตร) ทางขึ้นเป็นบันไดขั้นเตี้ยๆ เดินไม่ยาก และมีต้นไม้เกือบตลอดทาง ไม่ร้อนอย่างที่คิด

เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงกำหนดให้เป็นพระปรางค์ฐานย่อมุมไม้สิบสอง แต่เพราะโครงสร้างหนักมาก พื้นดินริมน้ำรับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้พระปรางค์ทลายลง จนต้องหยุดก่อสร้างจนกระทั่งสิ้นรัชกาลที่ 3

วัดสระเกศ ภูเขาทอง
วัดสระเกศ ภูเขาทอง

ในปีพ.ศ. 2406 สมัยรัชกาลที่ 4 พระองค์โปรดเกล้าให้สร้างเจดีย์ขึ้นมาใหม่ โดยออกแบบเป็นภูเขาและมีพระเจดีย์ทรงลังกาไว้ด้านบนแทน พระบรมบรรพตสร้างเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5

ต่อมามีการบรรจุพระบรมสารีริกฐาตุในพระเจดีย์หลายครั้ง โดยครั้งสำคัญที่สุดเกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2442 เมื่อรัฐบาลอินเดียได้ถวายพระบรมสารีริกธาตุ ที่ขุดได้จากเนินพระเจดีย์เก่าที่เมืองกบิลพัศดุ์ บรรจุอยู่ในผอบที่มีอักษรจารึกใว้ว่า “พระบรมสารีริกธาตุนี้ เป็นของสมณโคดม (พระพุทธเจ้า) ตระกูลศากยราช”

วัดสระเกศ ภูเขาทอง

เวลาที่ดีที่สุดที่จะมาเที่ยวคือช่วงเย็นครับ เดินเล่นส่วนอื่นก่อน แล้วกะเวลาให้ขึ้นถึงยอดภูเขาทองประมาณ 18.00

พระวิหาร

พระวิหารสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 มีเอกลักษณ์คือด้านหน้าเป็นห้องโถงใหญ่ ประดิษฐานพระอัฏฐารส พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ ปางประทานอภัย ศิลปะสมัยสุโขทัยตอนต้น อายุกว่า 700 ปี ซึ่งทรงอัญเชิญมาจากวัดวิหารทอง จังหวัดพิษณุโลก

พระอัฏฐารสมีความสูงถึง 10.75 เมตร เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปยืนที่สูงที่สุดในกรุงเทพมหานคร

ด้านหลังพระวิหารกั้นเป็นห้องเล็กๆ ประดิษฐานหลวงพ่อดุสิต พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาจากพระอุโบสถวัดดุสิต

พระอุโบสถ

พระอุโบสถของวัด ได้รับการสร้างขึ้นแทนพระอุโบสถหลังเดิมของวัดสระแกในสมัยรัชกาลที่ 1 ตั้งอยู่บนลานกระเบื้องสีเหลืองนวล หน้าบันสลักลายกนก ประดับด้วยกระจกสี ตรงกลางประดับรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ

ภายในประดิษฐานพุทธรูปปางสมาธิที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ต่อมาได้รับการบูรณะด้วยการลงรักปิดทองทับองค์เดิมในสมัยรัชกาลที่ 1 และด้วยเหตุผลที่พระประธานองค์นี้ไม่มีชื่อ เราจึงเรียกท่านว่า “หลวงพ่อพระประธาน”

อาจพูดได้ว่านี่คือบริเวณที่ผมชอบมากที่สุดภายในวัด เพราะหน้าบันของพระอุโบสถที่โดนแสงอาทิตย์ช่วงเย็นกระทบเป็นสีทอง ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า ล้อมรอบด้วยพระระเบียงเตี้ยๆ ในบรรยากาศเงียบสงบเหมือนเราได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยรัชกาลที่ 1

และถ้าหันกลับไปทางทิศตะวันตก จะเห็นภูเขาทองเด่นตระหง่านอยู่ไม่ไกล เป็นภาพที่สวยประทับใจจริงๆ ครับ

พระวิหารหลวงพ่อโต

หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปในสมัยรัชกาลที่ 3 หล่อด้วยโลหะ ปิดทอง หน้าตักกว้างประมาณ 3.5 เมตร สูงประมาณ 5 เมตร นับว่าเป็นพระพุทธรูปโลหะที่ใหญ่มากองค์หนึ่ง

พระวิหารหลวงพ่อโตอยู่ใกล้ทางลงภูเขาทอง ดังนั้นขึ้นไปเที่ยวก่อนแล้วค่อยลงมาไหว้ท่านก็ได้

พระวิหารหลวงพ่อดำ

วิหารเล็กๆ ตั้งอยู่ด้านหน้าวัด ประดิษฐานพระพุทธรูปปิดทองปางมารวิชัย ศิลปะยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระพุทธรูปที่คู่กับภูเขาทองมาตั้งแต่ต้น

เชื่อว่าสร้างไว้เพื่อเจ้านายและพุทธบริษัททั่วไปที่ขึ้นภูเขาทองไม่ได้ ให้บูชาพระพุทธรูปองค์นี้แทน

ศาลาการเปรียญ

ศาลาการเปรียญ วัดสระเกศ

นี่คือบริเวณที่มีบ่อน้ำที่ใช้ทำพิธีพิธีสรงพระมุรธาภิเษก ต่อมารัชกาลที่ 3 ทรงสร้างศาลาการเปรียญครอบไว้ เพื่อรักษาตำแหน่งของบ่อน้ำ

ต้นพระศรีมหาโพธิ์

โพธิ์ลังกาที่กษัตริย์ลังกาพระราชทานหน่อพระศรีมหาโพธิ์ถวายรัชกาลที่ 2 จำนวน 6 หน่อ เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงส่งสมณทูตไปสืบพระพุทธศาสนาในลังกา

รัชกาลที่ 2 พระราชทานให้ไปปลูกที่เมืองนครศรีธรรมราช 2 ต้น เมืองกลันตัน 1 ต้น อีก 3 ต้น ให้ปลูกที่อารามหลวงในกรุงเทพ คือ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ วัดสุทัศเทพวราราม และวัดสระเกศ ซึ่งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ นอกพระระเบียง

ที่ตั้ง เวลาเปิด และค่าเข้าชม

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

ที่ตั้ง

• 344 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100

การเดินทาง

รถสาธารณะ
• การเดินทางที่ง่ายที่สุดคือใช้เรือ ไปท่าผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งเป็นท่าสุดท้าย ดังนั้นไม่ต้องกลัวหลงครับ
• ดูเส้นทางเดินเรือและท่าเรือทั้งหมดได้ที่ https://www.transitbangkok.com
รถส่วนตัว
• ในวัดมีที่จอดรถพอประมาณ มีค่าจอดรถเล็กน้อย

เวลาเปิด

• ทุกวัน 07.30-19.00

ค่าเข้าชม

• ชาวไทย ฟรี
• ชาวต่างชาติ คนละ 100 บาท

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Reference
https://th.wikipedia.org/wiki/พระบรมบรรพต
https://th.wikipedia.org/wiki/วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
http://www.thapra.lib.su.ac.th
Facebook: เกร็ดประวัติศาสตร์
https://www.thairath.co.th